พิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระกุศลเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙

วันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ น. พระเดชพระคุณ พระพรหมวชิรโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย - เนปาล เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในโอกาสนี้พระราชโพธิวิเทศวัชรมุนี วิ. เจ้าอาวาสวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เลขาธิการพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล พร้อมด้วยคณะสงฆ์ เจริญพระในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระกุศลเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ณ วัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ
ในการนี้ นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ นางสาวอรวรรณ ชิณศรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ นางเกษร กำเหนิดเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายพจนาถ ปัญญาศิลป์ รองอธิบดีกรมการศาสนา นางปรารถนา สินธุนาวา รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นายทศพร ศรีสมาน รองอธิบดีกรมศิลปากร นายปราโมทย์ บุญนำสุข รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ผู้แทนส่วนราชการในพื้นที่ ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรม และประชาชน เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน
 
สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประสูติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๐๐ ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์เล็กในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และทรงเป็นพระโสทรกนิษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะในหลากหลายด้าน อันก่อให้เกิดคุณูปการสำคัญต่อประเทศชาติ พระพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะในด้านพระพุทธศาสนา พระองค์ทรงดำรงพระองค์เป็นพุทธมามิกาและพุทธศาสนูปถัมภิกา ทรงเอาพระทัยใส่ในการทำนุบำรุงและอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่วนในด้านศิลปวัฒนธรรม พระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านทัศนศิลป์ สาขาจิตรกรรม ทรงสร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยฝีพระหัตถ์ และทรงนำรายได้จากการจัดแสดงนิทรรศการไปใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ พร้อมทั้งทรงส่งเสริม อนุรักษ์ และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างต่อเนื่อง
 
ด้วยพระปรีชาสามารถและพระกรณียกิจอันทรงคุณูปการดังกล่าว กระทรวงวัฒนธรรม โดยคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ จึงได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระสมัญญา “สิริศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ” ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๗ เพื่อเฉลิมพระเกียรติในฐานะผู้ทรงสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าและทรงธำรงอัตลักษณ์ของชาติ นับเป็นการเชิดชูพระอัจฉริยภาพด้านศิลปกรรมและพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อวงการศิลปวัฒนธรรมของประเทศ