พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากพิพิธภัณฑ์เมืองปัตนะ มาประดิษฐาน ณ มหาสถูปเมืองไวสาลี ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

วันอังคารที่ ๒๙ เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๘ พระเดชพระคุณ พระพรหมวชิรโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล พร้อมด้วย พระครูสิทธิปริยัติวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยไวสาลี พระโพธิวิเทศวัชรวิสุทธิ์ พระโพธิวิเทศวชิโรดม พระโพธิวิเทศวชิรสิริ และคณะพระธรรมทูต ร่วมพิธีประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากพิพิธภัณฑ์เมืองปัตนะ เพื่อประดิษฐาน ณ มหาสถูปเมืองไวสาลี
ในการนี้ท่านมุขมนตรี ศรี นิติศ กุมาร จี มุขมนตรีรัฐพิหารเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย Dr. Mahashweta Maharathi เลขาธิการ BTMC และคณะกรรมการ BTMC พระสงฆ์นานาชาติเมืองพุทธคยา ร่วมเจริญพระพุทธมนต์
พระบรมสารีริกธาตุส่วนนี้ซึ่งถูกขุดค้นพบที่สถูปปาลวาลเจดีย์ ในปี (พ.ศ. ๒๕๐๑-๒๕๐๕) และได้อัญเชิญไปประดิษฐานเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์เมืองปัตนะ รัฐพิหาร ในปี พ.ศ.๒๕๑๕
 
ท่านมุขมนตรี ศรี นิติศ กุมาร จี เห็นว่าควรเก็บรักษาพระบรมสารีริกธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ ของพระพุทธเจ้าที่ได้รับมาจากเมืองไวสาลีให้ปลอดภัย จึงได้ก่อสร้างสร้างพิพิธภัณฑ์ และอนุสรณ์สถูปใหญ่ในเมืองไวสาลี จึงมีมติให้สร้างสถูปด้วยหินทรายเพื่อให้คงสภาพอยู่ได้นานนับพันปี ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลรัฐพิหารจึงได้ซื้อที่ดิน ๗๒ เอเคอร์ใกล้กับปาวาลเจดีย์สถูป และอนุมัติการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ และอนุสรณ์มหาสถูปในเมืองไวสาลี
 
สถูปแห่งนี้สร้างขึ้นจากหินทรายสีชมพู ที่นำมาจากรัฐราชสถาน สร้างขึ้นเป็นอาคารสองชั้น ชั้นล่างเป็นห้องสวดมนต์ ประดิษฐานพระพุทธรูป และชั้นสองประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า เจดีย์มีความสูง ๓๕ เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางภายใน ๓๗.๘ เมตร และเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก ๔๙.๘ เมตร มีการใช้หินทรายทั้งหมด ๔๒,๐๐๐,๓๗๓ ก้อน ในการก่อสร้าง ภายในบริเวณนี้ นอกจากมหาสถูปแล้ว ยังมีการสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม ห้องสมุด ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และพิพิธภัณฑ์ ตามสถาปัตยกรรมแบบพุทธอีกด้วย